วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีการกำจัดขยะ

       
 1.การลดการใช้  หรือการลดขยะจากแหล่งที่เกิด  โดยพยายามหลีกเลี่ยงหรือลดการเกิดขยะหรือมลพิษที่เกิดขึ้น  เช่น  การใช้ถุงผ้าแทน
การใช้ถุงพลาสติก
     
 2.การนำผลิตภัณฑ์มาใช้ซ้ำ  เป็นการนำวัสดุของใช้กลับมาใช้ในรูปแบบเดิมหรือนำมาซ่อมแซมใช้  หรือนำมาใช้ทำประโยชน์อื่น ๆ โดยแบ่งได้เป็น  2  ขั้นตอนคือ
                - ขั้นตอนการผลิตสินค้า  พยายามทำให้เกิดเศษวัสดุหรือของเสียน้อยที่สุด
                - ขั้นตอนการนำของใช้มาใช้ซ้ำ  เป็นการยืดอายุการใช้งานก่อนจะนำไปทิ้ง  เช่น  การนำขวดพลาสติกมาบรรจุน้ำ  การใช้กระดาษ  2 หน้า
     
 3. การนำกลับมาผลิตใหม่  เป็นการแยกวัสดุที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ออกจากขยะและรวบรวมใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าขึ้นใหม่หรือเรียกว่า  รีไซเคิล
     
 4. การหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุกำจัดยาก  เช่น  กล่องโฟม  การใช้จานหรือแก้วกระดาษ  ยาฆ่าแมลง  ควรใช้สมุนไพรเป็นสารกำจัด
     
 5. การซ่อมแซมนำกลับมาใช้ใหม่     เป็นการซ่อมแซมวัสดุที่ใช้แล้ว   ที่สามารถซ่อมแซมนำกลับมาใช้ใหม่ได้  เช่น  การซ่อมแซมเสื้อผ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด  เป็นต้น

เซนเซอร์อินฟราเรต

 เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับป้องกันการชนหรือกระทบกับสิ่งกีดขวางที่อยู่ข้าง
หน้า ตัวบอร์ดอินฟาเรดใช้ได้กับบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ทั่วไปได้ การทำงานของ
บอร์ดใช้ Sharp IR Module ที่ประกอบด้วย Amplifiers ,Filter ,Limiterทำหน้าที่ Detect
หรือตรวจจับสัญญาณที่เข้ามา ตัวตรวจจับจะตอบสนองต่อความถี่ที่ได้กำหนดไว้เพื่อ
ช่วยกำจัดเสียง แสงสว่าง และแสงไฟที่จะเข้ามารบกวนการทำงานของตัว Detector บน
บอร์ด จะเห็นว่ามีตัว IR LED อยู่ 2 ตัวทั้งทางด้านซ้ายและด้านขวา ทำหน้าที่ส่งสัญญาณ
ความถี่ออกไปโดยใช้ความถี่ที่ 34-40KHz ที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เมื่อความถี่ที่ถูกส่งออก
ไปกระทบกับวัตถุที่อยู่ข้างหน้าก็จะสะท้อนความถี่ของแสงอินฟาเรดกลับมายังตัว
Detectorโดยจะตรวจจับวัตถุได้ทั้งทางด้านซ้ายและทางด้านขวาซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ให้กับ
IR LED ตัวบอร์ดได้ติดตั้ง Regulator 5V สำหรับปรับแรงดันไฟไว้แล้ว จึงไม่ต้องใช้
แหล่งจ่ายไฟ 5V จากภายนอกตัวอินฟาเรดเซ็นเซอร์สามารถปรับขอบเขตความกว้าง
ของแสงได้ 5-8 นิ้ว

มอเตอร์ไฟฟ้า


             การทำงานปกติของมอเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ในการใช้งานตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมการขนส่งใช้มอเตอร์ฉุดลาก เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว มอเตอร์ไฟฟ้ายังสามารถทำงานได้ถึงสองแบบ ได้แก่ การสร้างพลังงานกล และ การผลิตพลังงานไฟฟ้า(ในขณะเบรก)
มอเตอร์ไฟฟ้าถูกนำไปใช้งานที่หลากหลายเช่น พัดลมอุตสาหกรรม เครื่องเป่า ปั๊ม เครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน และดิสก์ไดรฟ์ มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนโดยแหล่งจ่ายไฟกระแสตรง (DC) เช่น จากแบตเตอรี่, ยานยนต์หรือวงจรเรียงกระแส หรือจากแหล่งจ่ายไฟกระแสสลับ (AC) เช่น จากไฟบ้าน อินเวอร์เตอร์ หรือ เครื่องปั่นไฟ มอเตอร์ขนาดเล็กอาจจะพบในนาฬิกาไฟฟ้า มอเตอร์ทั่วไปที่มีขนาดและคุณลักษณะมาตรฐานสูงจะให้พลังงานกลที่สะดวกสำหรับใช้ในอุตสาหกรรม มอเตอร์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดใช้สำหรับการใช้งานลากจูงเรือ และ การบีบอัดท่อส่งน้ำมันและปั้มป์สูบจัดเก็บน้ำมันซึ่งมีกำลังถึง 100 เมกะวัตต์ มอเตอร์ไฟฟ้าอาจจำแนกตามประเภทของแหล่งที่มาของพลังงานไฟฟ้าหรือตามโครงสร้างภายในหรือตามการใช้งานหรือตามการเคลื่อนไหวของเอาต์พุต และอื่น ๆ

โครงการนวัตกรรมแห่งถังขยะมหัศจรรย์

ที่มา : Popoda popo

เซนเซอร์อุณหภูมิ


เซนเซอร์อุณหภูมิ (Temperature Sensor) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนระดับอุณหภูมิ เช่น ร้อน-เย็น เป็นระดับแรงดันไฟฟ้า ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นส่วนรับความรู้สึกของหุ่นยนต์
เทอมิสเตอร์
Thermister เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนอุณหภูมิให้กลายเป็นระดับความต้านทาน ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ เอ็นทีซี และ พีทีซี
Thermister เป็น อุปกรณ์ตัวจับความร้อนที่ใช้สำหรับป้องกันอุณหภูมิที่สูงเกินกว่าค่าที่ กำหนดไว้ที่ตัวเซนเซอร์ จะทำงานร่วมกับรีเลย์ ตัวมันเองมีขนาดเล็ก และเป็นตัวตรวจจับความร้อนที่นิยมใช้มากที่สุด

Thermister ผลิตจากการโด๊ปสารเซมิคอนดักเตอร์ประเภทหนึ่ง ทำให้มีคุณสมบัติมีค่าความต้านทานเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ
Thermister มีอยู่สองประเภทคือ NTC และ PTC ชนิดที่ใช้ในวงการมอเตอร์ คือ ชนิด PTC โดย มีหลักการทำงานคือค่าความต้านทานของตัวมันจะแปรผันตรงกับอุณหภูมิที่เพิ่ม ขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของค่าความต้านทาน จะไม่เป็นเส้นตรง และมีการลดลงในบางช่วงซึ่งเป็นช่วงที่ไม่อยู่ในจุดที่ใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น Thermister PTC 150  ถ้าเราให้ความร้อนที่ตัวเซนเซอร์ในช่วงแรกค่าความต้านทานของมันจะลดลงเล็กน้อย ปกติค่าความต้านทานจะอยู่ประมาณ 50 โอห์มที่ 30 องศา แต่เมื่ออุณหภูมิที่ตัวเซนเซอร์ตรวจจับได้มีอุณหภูมิประมาณ 130 องศาค่าความต้านทานของมันจะเพิ่มสูงขึ้นและจะสูงขึ้นเกือบเป็นเส้นตรงเมื่อมีอุณหภูมิที่ตัวจับได้ 145 องศา

Thermister จะถูกนำไปต่อเข้ากับ Thermister Relay ที่มีหน้าที่คอยตรวจจับค่าความต้านทานของ Thermister ว่ามีความต้านทานตามที่กำหนดไว้หรือยัง ซึ่งปกติจะอยู่ประมาณ 2700 -3500 โอห์ม นั่นก็หมายความว่า Thermister  PTC 150 ที่อุณหภูมิ 150 องศา ตัวมันเองจะมีค่าความต้านทานที่เกินกว่าค่า 2700-3500 โอห์ม นั่นก็หมายความว่าเมื่ออุณหภูมิสูงถึง 150 องศาค่าความต้านทานของ Thermister จะเป็นตัวสั่งให้ Thermister Relay ทริปวงจรออก

ส่วนเทอร์มิสเตอร์ประเภท NTC จะมีคุณสมบัติตรงข้ามกับแบบ PTC และ ให้อัตราการเปลี่ยนแปลงด้านความต้านทานต่ออุณหภูมิที่ค่อนข้างเกือบคงที่ กว่า แต่มักจะถูกใช้ในตัวเซ็นเซอร์ประเภทเครื่องมือวัดอุณหภูมิประเภทมือถือเสีย เป็นส่วนใหญ่


ค่าของ NTC Thermister ที่ใช้กับตู้เย็นรุ่นใหม่ ภายในช่องฟรีสเซอร์ ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุม
-20 องศาC     มีค่าความต้านทาน     22.3K
-15 องศาC     มีค่าความต้านทาน     16.9K
-10 องศาC     มีค่าความต้านทาน     13.0K
-5 องศาC        มีค่าความต้านทาน     10.1K
0 องศาC          มีค่าความต้านทาน     7.8K
+5 องศาC        มีค่าความต้านทาน     6.2K
+10 องศาC      มีค่าความต้านทาน     4.9K
+15 องศาC       มีค่าความต้านทาน     3.9K
+20 องศาC        มีค่าความต้านทาน     3.1K
+25 องศาC        มีค่าความต้านทาน     2.5K
+30 องศาC        มีค่าความต้านทาน     2.0K
+40 องศาC        มีค่าความต้านทาน     1.4K
+50 องศาC        มีค่าความต้านทาน     0.8K


ไบเมทอลลิค หรือ เทอร์โมสตัท ( Bimetallic / Thermostat )
เป็นอุปกรณ์ตัวจับความร้อนที่ใช้สำหรับป้องกันอุณหภูมิที่สูงเกินกว่าค่าที่กำหนดไว้ที่ตัวเซนเซอร์

Bimetallic ทำ งานเหมือนเทอร์โมสตัทของเตารีด จะถูกติดตั้งไว้ที่ขดลวดบริเวณปลายคอยล์เนื่องจากมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เพราะตัวมันเองจะมีหน้าสัมผัสอยู่แล้ว การใช้งานจะนำไปต่อเข้ากับชุดคอนโทรลโดยตรง


อาร์ทีดี ( RTD )
มีหลายประเภท ประเภทที่นิยม คือ PT100 โดยที่ PT100 มีความหมายว่า ที่อุณหภูมิ 0 องศาตัว PT100 จะมีค่าความต้านทาน 100 โอห์ม RTD ต้องใช้ร่วมกับรีเลย์เช่นกัน สามารถเซ็ทได้เป็นทั้งชุดป้องกันอุณหภูมิสูง หรือใช้วัดค่าอุณหภูมิได้เลย
ข้อเสียมีราคาค่อนข้างแพง

เทอร์โมคัปเปิ้ล ( Thermocouple )


เทมเพอเรเจอร์เซนเซอร์โมดูล
Temperature Sensor Module เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนระดับอุณหภูมิเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่มีความ เที่ยงตรงสูง เช่น IC อุณหภูมิ เซนเซอร์แบบนี้จะให้ความเที่ยงตรงของค่าที่อ่านจากจากเทอมิสเตอร์ ไอซีตระกูล 335 เช่น LM135/LM235/LM335 มีความไวทางด้านเอาต์พุตเป็น 10 mV/° K ,ไอซีตระกูล 34 เช่น เบอร์ LM34 จากบริษัท National Semiconductor
ที่มา : todaystep(ผู้เขียนกระทู้)



เซนเซอสัมผัส


เซนเซอร์สัมผัสเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนการสัมผัส ให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผิวหนังรับความรู้สึกของหุ่นยนต์ โดยอุปกรณ์เซนเซอร์สัมผัสที่นิยมใช้ในหุ่นยนต์ ได้แก่
สวิทช์แบบกลไก
Mechanical Switch เป็นอุปกรณ์แบบกลไก ที่ทำหน้าที่รับแรงกดโดยที่หน้าสัมผัสของสวิทช์จะเกิดการนำกระแสไฟฟ้า ซึ่งเราสามารถนำไปตัดต่อให้เกิดสัญญาณทางไฟฟ้าได้

                     
ที่มา : todaystep(ผู้เขียนกระทู้)

ประโยชน์ของการแยกขยะ


1. ช่วยลดปริมาณขยะลง ::: เพราะเมื่อแยกวัสดุส่วนที่ยังมีประโยชน์ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ฯลฯ จะเหลือขยะจริงๆ เพื่อนำไปกำจัดน้อยลง
2. ประหยัดงบประมาณที่ใช้เพื่อการกำจัดขยะ ::: เมื่อขยะที่ต้องกำจัดลดลง เช่น กทม. ต้องเก็บขยะวันละเกือบ 9,000 ตัน ใช้งบประมาณถึง 2,000 ล้านบาทต่อปี ใช้เจ้าหน้าที่กว่า 10,000 คน ใช้รถเก็บขยะกว่า 2,000 คัน เรือเก็บขนขยะหลายสิบลำ ถังขยะนับหมื่นใบ ต้องจ้างฝังกลบขยะตันละกว่า 100 บาท และใช้เป็นเงินเดือนเจ้าหน้าที่อีกมหาศาล เมื่อใช้งบประมาณน้อยลง สามารถนำไปพัฒนาด้านอื่นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
3. ช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานและทรัพยากร ::: ด้วยการนำวัสดุประเภท แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติก ฯลฯ ไป Recycle หมุนวียนใช้ใหม่ ซึ่งบางอย่างสามารถขายได้ช่วยเพิ่มรายได้เล็กๆ น้อยๆ เข้ากระเป๋าด้วย
4. ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเกิดมลพิษต่อโลกน้อยลง ::: ช่วยลดการเกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงลง

เมื่อเห็นประโยชน์ของการแยกขยะแล้ว ก็เกิดคำถามตามมาอีกว่าต้องแยกขยะอย่างไร ซึ่งบอกเลยว่าง่ายมาก หลักๆ แล้วก็จะแยกขยะออก 4 ประเภทด้วยกัน คือ
ขยะเปียก เศษอาหารต่างๆ ใบไม้ ที่ย่อยสลายได้ ถ้าที่บ้านมีสวนอาจนำไปทำปุ๋ยแบบธรรมชาติได้
ขยะย่อยสลายไม่ได้ ไม่มีพิษ แต่เปื้อนอาหาร เช่น โฟม ฟอล์ย ถุงพลาสติก ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ขยะรีไซเคิล ขยะยังใช้ได้ เช่น กระดาษ แก้ว พลาสติก โลหะ
ขยะมีพิษอันตราย เช่น ขวดยา หลอดฟลูออเรสเซนต์ ถ่านไฟฉาย กระป๋องสเปรย์ ยาฆ่าแมลง ฯลฯ สารพิษในขยะประเภทนี้ทำให้ป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้

เพื่อที่จะได้ไม่เบื่อกับการแยกขยะไปเสียก่อน อาจหาถังขยะเป็นสีๆ เช่น เขียว ฟ้า เหลือง และส้ม มาแยกขยะตามประเภท หรือเลือกถังขยะดีไซน์โดนๆ ที่เห็นแล้วอยากแยกขยะทุกวัน หรือใส่ไอเดีย DIY รียูสของในบ้านพวกถุงผ้าที่ได้รับแจกมาเยอะแยะ หรือตะกร้าหวายเก่ามาตกแต่งให้กลายเป็นถังขยะใบเดียวในโลกไว้ใช้ก็ได้
การแยกประเภทขยะก่อนทิ้งอาจจะทำให้เราต้องทำอะไรมากขึ้น แทนที่จะหยิบไปทิ้งที่ถังขยะเลย แต่อย่างน้อยก็เป็นการช่วยโลกของเราโดยไม่ได้ออกแรงมากมาย แค่ใส่ใจมากขึ้นอีกหน่อย และเริ่มทำได้ง่ายๆ ที่บ้านเรานี่เอง

ที่มา garbage.classification blog

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ถังขยะพลาสติก

จำหน่ายถังขยะพลาสติก ถังขยะเทศบาลมาตรฐานสุขาภิบาลขนาดต่างๆ 240 ลิตร, 120 ลิตร, 100 ลิตรและถังขยะแบบต่างๆ ใช้พลาสติกเม็ดใหม่ เกรดเอ ในการผลิต ใช้วัตถุดิบ HD-Polyethylene ในการผลิต ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ ในการทนทานต่อแรงกระแทก, มีความยืดหยุ่นสูง,สามารถทนแดด ทนฝนได้ดี และ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน หลายสี หลายแบบ เล็ก ใหญ่ แบบฝามีช่อง/ไม่มีช่อง เพื่อการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ และผลิตภัณฑ์พลาสติกอื่นๆอาทิ ลังพลาสติก กล่องอะไหล่แบบหัวตัด ลังพลาสติกบรรจุภัณฑ์สำหรับงานโลจิสติกส์ ลังพลาสติกสำหรับเก็บอะไหล่และสต๊อกสินค้าต่างๆ
ประเภทของถังรองรับขยะมูลฝอยตามสีต่าง ๆ มี 4 สี
ถังขยะสีเหลือง              สำหรับขยะแห้ง
ถังขยะสีเขียว                 สำหรับขยะเปียก
ถังขยะสีฟ้า                    สำหรับขยะรีไซเคิล
ถังขยะสีแดง                  สำหรับขยะอันตราย
ประเภทของขยะ
ขยะเปียก หมายถึง ขยะที่ย่อยสลายได้ง่าย เช่น เศษอาหาร พืชผัก เปลือกผลไม้ เป็นต้น
ขยะแห้ง หมายถึง ขยะที่ย่อยสลายได้ยาก เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ เศษผ้า ไม้ ยาง เป็นต้น
ขยะอันตราย ได้แก่ สารเคมี วัตถุมีพิษ ซากถ่านไฟฉาย หลอดไฟ และขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาล
- ฝาสีเขียว รองรับขยะมูลฝอยที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว
- ฝาสีเหลือง รองรับขยะมูลฝอยที่สามารถนำรีไซเคิล หรือขายได้
- ฝาสีแดงรองรับขยะมูลฝอยที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
- ฝาสีฟ้ารองรับขยะมูลฝอย ที่ย่อยสลายไม่ได้ ไม่เป็นพิษและไม่คุ้มค่าการรีไซเคิลและมีสัญลักษณ์ข้างถัง


ในกรณีที่สถานที่มีพื้นที่จำกัดในการจัดวางภาชนะรองรับขยะมูลฝอยและมีจำนวนคนที่ค่อนข้างมากในบริเวณพื้นที่นั้น เช่น ศูนย์การประชุมสนามบิน ควรมีถังที่สามารถรองรับขยะมูลฝอยได้ทั้ง 4 ประเภทในถังเดียวกัน โดยแบ่งพื้นที่ของถังขยะมูลฝอยออกเป็น 4 ช่อง และตัวถังรองรับขยะมูลฝอยทำด้วยสแตนเลส มีฝาผิดแยกเป็น 4 สี ในแต่ละช่องตามประเภทของขยะมูลฝอยที่รองรับ ดังนี้

ที่มา : บริษัท ไทเกอร์ อินเตอร์โปรดักส์ จำกัด

การแยกขยะ


วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

แนวการลดขยะมูลฝอย


การป้องกันและควบคุมการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะที่สําคัญ คือ การลดขยะที่แหล่งกําเนิด (Source reduction) โดยอาศัยขบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจํ าวัน การลดปริมาณขยะจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะตั้งแต่การเก็บรวบรวม ขนส่ง การคัดแยกและใช้ประโยชน์ ตลอดจนการกําจัดขั้นสุดท้าย ลดปัญหาสภาวะสิ่งแวดล้อม และประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ โดยทั่วไปแล้วหน่วยงานองค์กรและชุมชน สามารถลดปริมาณขยะที่จะเกิดขึ้นได้ โดยใช้หลักการดังนี้
ก่อนจะทิ้งขยะ หยุดคิดสักนิดว่าเราจะสามารถลดปริมาณขยะและนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้ไหมโดยมีแนวคิดอยู่   7R  คือ
  1. REFUSE      การปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงสิ่งของหรือบรรจุภัณฑ์ที่จะสร้างปัญหาขยะรวมทั้งเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กล่องโฟม หรือ ขยะมีพิษอื่น ๆ
  2. REFILL       การเลือกใช้สินค้าชนิดเติมซึ่งใช้บรรจุภัณฑ์น้อยชิ้นกว่า ขยะก็น้อยกว่าด้วย
  3. RETURN     การเลือกใช้สินค้าที่สามารถส่งคืนบรรจุภัณฑ์กลับสู่ผู้ผลิตได้ เช่น ขวดเครื่องดื่มประเภทต่างๆ
 4. REPAIR       การซ่อมแซมเครื่องใช้ ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ต่อไป ไม่ให้กลายเป็นขยะ
 5. REUSE         การนำบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ เช่น ใช้ถุง ผ้าไปช็อปปิ้งแทนถุงก๊อบแก๊บ
 6. RECYCLE   การแยกขยะที่ยังใช้ประโยชน์ได้ให้ง่ายต่อการจัดเก็บและส่งแปรรูป เช่น บรรจุภัณฑ์ พลาสติก แก้ว กระป๋องเครื่องดื่มต่าง ๆ

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ค่านิยมหลัก 12 ประการ


กิจกรรมส่งเสริมค่านิยมไทย ๑๒ ประการ
         การสร้างค่านิยมหลักของคนไทย ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เพื่อสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เข้มแข็ง โดยต้องสร้างคนในชาติ ให้มีค่านิยมไทย 12 ประการ

          1 มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
          1.1 เป็นพลเมืองดีของชาติ  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ยืนตรงเคารพธงชาติ  ร้องเพลงชาติและอธิบายความหมายของเพลงชาติได้ถูกต้อง

          1.2 ธำรงไว้ซึ่งความเป็นไทย  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  เข้าร่วม ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดองที่เป็นประโยชน์ต่อ โรงเรียน ชุมชนและสังคม
          1.3 ศรัทธา ยึดมั่น ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนเองนับถือ (ศาสนาพุทธ) และปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาที่ตนนับถือ

          1.4 เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  มีส่วนร่วมหรือจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์
           ตัวอย่างการปฏิบัติ : การเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ ไหว้พระ ในตอนเช้าทุกวันที่ไปโรงเรียน

    2 มีความซื่อสัตย์สุจริต
          2.1 ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อตนเองทั้งทายกาย วาจา ใจ พฤติกรรมบ่งชี้ เช่น ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงปราศจากความลำเอียง  และปฏิบัติตนโดยคำนึงถึงความถูกต้องละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำผิดและปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา
           2.2  ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อผู้อื่นทั้งทายกาย วาจา ใจ  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ไม่ถือเอาสิ่งของหรือผลงานของผู้อืนมาเป็นของตนเอง  ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรงและไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง
          ตัวอย่างการปฏิบัติ : พบเงินจำนวนหนึ่งแล้วนำไปให้อาจารย์หาเจ้าของ

    3 กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์
          3.1  ปฏิบัติตามข้อตกลง  กฎเกณฑ์  ระเบียบข้อบังคับของครอบครัว  โรงเรียน  และสังคม  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ปฏิบัติตามข้อตกลง  กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของครอบครัว  โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น  และตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันและรับผิดชอบในการทำงาน
           ตัวอย่างการปฏิบัติ : ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว


  4  ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม
          4.1   ตั้งใจเพียรพยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ตั้งใจเรียน  เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้  และสนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ
          4.2   แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน  ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหม่ะสม  บันทึกความรู้ วิเคราะห์สรุปเป็นองค์ความรู้  และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือ  เอกสาร  สิ่งพิมพ์  สื่อ  เทคโนโลยีต่างๆ  แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม  บันทึกความรู้  วิเคราะห์  ตรวจสอบจากสิ่งที่เรียนรู้  สรุปเป็นองค์ความรู้  และแลกเปลี่ยนความรู้ด้วยวิธีการต่างๆเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
           ตัวอย่างการปฏิบัติ : อ่านหนังสือค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองในเวลาว่าง

5.รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย
         5.1 ภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี  ศิลปะ  วัฒนธรรมไทยและมีความกตัญญูกตเวที พฤติกรรมบ่งชี้ เช่น แต่งกายและมีมารยาทงดงามแบบไทย  มีสัมมาคารวะ   กตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ  ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย  และชักชวน แนะนำให้ผู้อื่นตามขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย
          5.2 เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น ใช้ภาษาไทยและเลขไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและชักชวน แนะนำให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง
          5.3 อนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาไทย  พฤติกรรมบ่งชี้  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  นำภูมิปัญญาไทยมาใช้ให้เหมาะสมในวิถีชีวิต 
ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาไทยและแนะนำ มีส่วนร่วมในการสืบทอดภูมิปัญญาไทย
          ตัวอย่างการปฏิบัติ : ยกมือไหว้เมื่อพบครูบาอาจารย์ 

6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์
         ตัวอย่างการปฏิบัติ : ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย
7. เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย
          ตัวอย่างการปฏิบัติ :ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเป็นประชาธิปไตย เช่น การเลือกตั้ง 
  8. มีระเบียบวินัย รักษากฎหมาย ผู้น้อยรู้จักเคารพผู้ใหญ่
          ตัวอย่างการปฏิบัติ : เชื่อฟังคำสั่งสอนของอาจารย์ไม่เถียงอาจารย์
   9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ
                9.1  ตั้งใจและรับผิดชอบ มีสติ คิดรอบคอบ ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในการปฏิบัติหน้าที่การงาน   พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย  ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ  และปรับปรุงและพัฒนาการทำงานด้วยตนเอง
              9.2   ทำงานด้วยความเพียรพยายามและอดทนเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ทุ่มเททำงาน  อดทน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน 
พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ และชื่นชมผลงานด้วยความภาคภูมิใจ
              ตัวอย่างการปฏิบัติ : ตั้งใจทำการบ้าน อ่านหนังสือ มีสติกับสิ่งที่ทำ อดทนเพื่อให้มีคะแนนสอบที่ดี
10. รู้จักดำรงตนโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
              10.1  ดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ  มีเหตุผล  รอบคอบ  มีคุณธรรม   พฤติกรรมบ่งชี้ เช่น  ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น  เงิน  สิ่งของ เครื่องใช้  ฯลฯ  อย่างประหยัด คุ้มค่า 
และเก็บรักษาดูแลอย่างดี รวมทั้งการใช้เวลาอย่างเหมาะสม  ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด  คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี  ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ
มีเหตุผลและไม่เอาเปรียบผู้อื่นและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน  พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่นกระทำผิด
              10.2 มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข พฤติกรรมบ่งชี้ เช่น  วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐานของความรู้  ข้อมูล
ข่าวสารและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม ยอมรับและปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
              ตัวอย่างการปฏิบัติ : หยอดกระปุกออมสินทุกวันและไม่ใช้จ่าบฟุ่มเฟือย

11. มีความเข้มแข็งทั้งร่ายกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจใฝ่ตำ
              ตัวอย่างการปฏิบัติ : ไม่ดื่มสุราเวลามีเพื่อชักชวน

  12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง
 12.1 ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจและพึงพอใจโดยไม่หวังผลตอบแทน  พฤติกรรมบ่งชี้  เช่น  ช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูทำงานด้วยความเต็มใจ  อาสาทำงานให้ผู้อื่น
ด้วยกำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญาโดยไม่หวังผลตอบแทนและแบ่งปันสิ่งของ  ทรัพย์สิน และอื่นๆและช่วยแก้ปัญหาหรือสร้างความสุขให้กับผู้อื่น
                12.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชนและสังคม พฤติกรรมที่บ่งชี้  เช่น  ดูแลรักษาสาธารณสมบัติและสิ่งแวดล้อมด้วยความเต็มใจ  เข้าร่วมกิจกรรม
ที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชนและสังคม และเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามของส่วนรวมตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความกระตือรือร้น
               ตัวอย่างการปฏิบัติ : เมื่อมีงานกลุ่มก็แบ่งงานกันทำทุกคนไม่ให้คนใดคนหนึ่งทำคนเดียว